2008/Feb/09

       สวัสดีรอบที่57ครับหลังจากที่หายไปนานเป็นครึ่งปี ผมกลับมาคราวนี้ก็ไม่มีอะไรดีๆจะเขียนเช่นเดิม เพราะฉะนั้นถ้าใครไม่ได้ว่างมากก็อย่าอ่านต่อเลยครับ

        ที่ผมเขียนบล็อกวันนี้เป็นเพราะเหตุน้อยอกน้อยใจที่นานๆทีปีหนจะเกิดขึ้นกับผม ความรู้สึกนี้มันไม่เคยเกิดกับผมมานานเป็นปีแล้วล่ะครับ

        ผมรู้สึกผิดที่ไม่เคยเชื่อหรือปฏิบัติตามคำเตือนจากคนที่ผมรักและเคารพนับถือที่สุด จนผลสุดท้ายมันก็กลายเป็นเรื่องให้ผมต้องมานั่งเซ็งนั่งเศร้าแบบนี้

        ผมมีคติประจำใจของตัวเองที่เพื่อนๆใกล้ตัวจะรู้ ด้วยประโยคที่ผมมักจะพูดกับคนอื่นอยู่บ่อยครั้งยามที่พวกเขาเอ่ยว่า " แม่งเอ๊ย รู้งี้กูไม่ทำหรอก "

       ผมมักจะตอบพวกเขาเหล่านั้นว่า " มึงอย่าเสียใจกับการกระทำของตัวเองสิวะ "

       และผมก็ยึดมั่นแนวทางนี้มาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทุกๆอย่างที่ผมทำไปแล้วเกิดเรื่องให้ผมได้หนักใจมากน้อยนั้นจะถูกปล่อยผ่านไปอย่างรวดเร็ว เพราะผมไม่เสียใจกับสิ่งที่ผมได้เลือกทำด้วยความสมัครใจ

       แต่เรื่องที่เกิดกับผมเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานี้มันทำให้ผมต้องกลืนน้ำลายตัวเอง...ผมรู้สึกเสียใจกับการกระทำของตัวเองจริงๆว่ะ

       ผมไปเรียนกับเพื่อนๆที่ภาคโยธาของจุฬา ผมก็ยังทำตัวตลกโปกฮา พูดจาแซวหยอกล้อเพื่อนไทยเพื่อนเขมรเหมือนเคย แต่จริงๆแล้วผมก็นั่งคิดมากกับเหตุการณ์ที่ผมประสบพบเจอมา ไม่เว้นแม้แต่ตอนที่นั่งฟังอาจารย์สอนอยู่ในห้อง

       ผมเป็นคนไม่เคยเก็บอารมณ์หรือความรู้สึกของตัวเอง ผมเป็นคนตรงไปตรงมา รู้สึกอย่างไรก็บอก และผมไม่ชอบแอบทำอะไรให้คนอื่นเขารับมือไม่ทัน

       หากเทียบนิสัยผมกับนักฟุตบอล ผมก็คงเป็นฮาร์ดแมนที่ทุ่มเต็มร้อย ไม่เคยกลัวการปะทะกับใคร และไม่เคยเสียใจหากจะต้องโดนใบเหลืองหรือใบแดง ดังที่เห็นได้จากสไตล์ของเกนนาโร่ กัตตูโซ่

       รู้กันทั่วว่าในโลกของฟุตบอล นักเตะสไตล์นั้นเป็นที่รักของแฟนๆ เพราะเขาทำงานหนักและกล้าทำกล้ารับ

       แต่ในโลกของการใช้ชีวิต คนจำพวกนั้นจะกลายเป็น " ความตรงไปตรงมา " ที่ " เกินจะรับได้ " สำหรับคนส่วนใหญ่

       ผมใช้ชีวิตอย่างเซ็งๆมาประมาณ7วัน กลับถึงห้องก็ออกกำลังกายและเล่นเกมเพื่อให้จิตใจตัวเองได้ละเว้นเรื่องเสียใจในหัวได้ชั่วเวลาหนึ่ง

       ตอนนี้ผมรู้สึกดีขึ้นมาบ้างแล้ว แต่มันก็ยังจะเป็นแผลอยู่ในใจผมต่อไปอีกนาน ซึ่งผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะหายได้เมื่อไร

       โดยส่วนตัวแล้ว จิตใจของผมมันเปราะบาง มันสามารถระเบิดได้ง่าย มันมีจุดเดือดต่ำ แต่มันก็สามารถกลับคืนสู่สภาพปกติได้อย่างรวดเร็ว

       แต่กับบางคน จิตใจของพวกเขาแข็งแกร่ง ดูดซับแรงปะทะได้มาก จุดเดือดสูง แต่เมื่อเดือดแล้วจะไม่สามารถกลับสู่สภาพปกติได้ในเวลาอันสั้น...


       ไอ้เหี้ยเอ๊ย คนโง่หัวดื้ออย่างกูมันเขียนอะไรที่เป็นเรื่องเป็นราวไม่ได้หรอก

       กูแค่อยากบอกว่ากูขอโทษ มึงเพื่อนกูมึงก็เลิกโกรธกูเถอะ กูไม่โกรธมึงหรอก

       กูรู้จักมึงมาครึ่งชีวิต มึงเป็นเพื่อนกู ถึงจิตใจมึงจะต่างกับกูอย่างสุดขั้วแต่มึงกับกูก็เข้ากันได้เพราะหัวกบาลกูกับมึงคิดเรื่องเหมือนๆกัน

       มึงจะเตะกู ตีกู กูไม่ทำตอบ เพราะมึงเพื่อนกู แล้วเจ็บกายกูทนได้

       แต่อย่ามาทำร้ายจิตใจกู

       ไม่ใช่เพื่อนกูกูไม่มีทางขอโทษเด็ดขาด

       กูเป็นแบบนี้ของกู แต่ใจกูให้เพื่อนได้เต็ม100ตลอด

       มึงเชื่อกูเถอะ คนอย่างกูขี้โมโห ปากหมา กวนตีน แต่กูก็พร้อมรับความผิดที่กูทำเอง

       ผมขอปิดท้ายด้วยอะไรบางอย่างที่ผมไปเจอมาระหว่างที่นั่งเล่นเวบhi5ไปอย่างไร้จุดหมาย

       น้องสาวร่วมโลกคนนี้มีบทความที่เข้ากับสภาพอารมณ์ของผมตอนนี้เหลือเกิน ผมอ่านแล้วก็ได้แต่นั่งเศร้าอยู่คนเดียว


       I just noticed that this world ,everything is a "PLAYED"

       that everyone needs to act

       All we do is Drama

       Extremely a few are SINCERE,

       Only my friends I hope so

       From now on , I have to learn how to "PRETEND"

       so that, I will look better if they require to.

       Just smile :)) for it

       written by พลิ้ว*

       วันนี้ผมพอแค่นี้แหละ ใครจะว่าผมนั่งดูภาพสาวๆก็ช่างหัวพวกคุณ ยายน้องคนนี้สวยเลยล่ะ แต่ตอนนี้ผมไม่มีอารมณ์มานั่งปลื้มสาวไหนหรอก เวลานี้เพื่อนสำคัญกว่าว่ะ ขอลาไปก่อนแล้วกันครับ

edit @ 9 Feb 2008 19:13:12 by Fenriz

2007/Jun/21

สวัสดีรอบที่56ครับ ช่วงนี้พอดีผมยุ่งเรื่องเรียนเหลือเกินก็เลยไม่ได้เขียนอะไรเพิ่มทั้งๆที่มีอะไรอยากเขียนเพิ่มเยอะแยะ แต่วันนี้เห็นทีจะเว้นไม่ได้ เพราะมีเรื่องสำคัญเกิดขึ้นพอดี

เรื่องสำคัญนั้นก็คือ โบคา จูเนียร์ส คว้าแชมป์ลิเบอร์ตาโดเรสคัพปี2007ได้เมื่อช่วงสายของวันนี้ มันอาจจะไม่เรื่องสำคัญของคนอื่นๆ แต่ก็ช่างหัวแม่งเถอะ ผมไม่สนใจหรอก เพราะถ้าทีมของผมได้แชมป์ วันนั้นถือเป็นวันสำคัญของผม

เท้าความเส้นทางสู่แชมป์ลิเบอร์ตาโดเรสครั้งที่6ของพวกเขาหน่อยแล้วกันครับ เอาตั้งแต่รอบ16ทีมสุดท้ายเลย

รอบ16ทีมสุดท้าย นัดเหย้า ชนะ เวเลซ ซาร์สฟีลด์ (อาร์เจนติน่า) 3 - 0
นัดเยือน แพ้ 3-1
เข้ารอบด้วยประตูรวม 4 - 3

รอบ8ทีมสุดท้าย นัดเหย้า เสมอ ลิเบอร์ตาด (ปารากวัย) 1 - 1
นัดเยือน ชนะ 2 - 0
เข้ารอบด้วยประตูรวม 3 - 1

รอบรองชนะเลิศ นัดเยือน แพ้ คูคูต้า เดปอร์ติโว่ (โคลัมเบีย) 3 - 1
นัดเหย้า ชนะ 3 - 0
เข้ารอบด้วยประตูรวม 4 - 3

นัดชิงชนะเลิศ นัดเหย้า ชนะ เกรมิโอ (บราซิล) 3 - 0
นัดเยือน ชนะ 2 - 0
เป็นแชมป์ด้วยประตูรวม 5 - 0

สำหรับตัวผมตอนนี้มีแต่ความดีใจและความสะใจอย่างสุดขีดเลยครับ เพราะตอนแรกนึกว่าพวกเขาจะจอดกันตั้งแต่ตอนเสมอลิเบอร์ตาดในรอบ8ทีมเสียแล้ว แต่พอผ่านมาได้ก็นึกว่าจะจอดแน่ๆตอนแพ้คูคูต้าไป3 - 1

แต่หัวใจนักสู้ก็ทำให้บรรดาขุนพลจากบูเอโนส ไอเรสฟันฝ่าเข้ามาคว้าแชมป์ได้อย่างยิ่งใหญ่และอุกอาจยิ่งนัก แถมยังสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นแชมป์ด้วยประตูรวมมโหฬารที่สุดในรอบ48ปีที่บอลถ้วยนี้ก่อตั้งมาอีกต่างหาก

(ปล. ประวัติศาสตร์เดิมของนัดชิงที่มโหฬารสุดคือ 5 - 1 ซึ่งมีสองทีมทำไว้ นั่นคือ โบคาชนะซานโตส ในปี2003 และ เซา เปาโลชนะพาราเนนเซ่ ในปี2005)

การได้แชมป์ในครั้งนี้ของโบคา(ครั้งที่6) ทำให้พวกเขาเข้าใกล้สถิติแชมป์มากครั้งที่สุดเข้าไปเรื่อยๆ ซึ่งเจ้าของสถิติมากที่สุดก็คืออินดิเพนเดียนเต้จากอาร์เจนติน่าเช่นกัน (7ครั้ง) และโบคาก็ยังช่วยยกระดับสถิติให้ทีมจากอาร์เจนติน่ายิ่งใหญ่ยิ่งขึ้นในถ้วยนี้, เข้าชิง29ครั้ง ได้แชมป์21ครั้ง

ในเวบไซต์ของโบคา จูเนียร์สได้ทำการประกาศข่าวและลงภาพการฉลองแชมป์ของทีมให้แฟนๆได้นั่งอ่านนั่งดูกันอย่างอิ่มอกอิ่มใจ และที่ผมประทับใจที่สุดก็คงจะเป็นประโยคปิดท้ายข่าวนี้ที่เขียนไว้ว่า

Gentlemen, lift your own cups! This is for all of Boca’s family!

ใช่ครับ ต่างคนต่างยกCupของตัวเอง นักเตะยกถ้วย แฟนๆยกแก้ว ส่วนผมเองนั้นยกแก้วฉลองล่วงหน้าให้พวกเขาไปตั้งแต่ตอนชนะ3 - 0แล้ว และวันนี้ก็จะยกแก้วฉลองให้พวกเขาอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง พวกเขายิ่งใหญ่จริงๆว่ะ

ว่าแล้วก็ไปชมภาพกันหน่อยดีกว่า


ทั้งทีมถ่ายรูปหมู่กันอย่างมีชื่นมื่น บางคนในรูปได้แชมป์ถ้วยนี้เป็นครั้งที่สองแล้ว


ฮวน ริเกลเม่ วีรบุรุษของทีม นัดเยือนเมื่อช่วงสายที่ผ่านมานั้นเขายิงคนเดียวทั้งสองประตูเลย เจ๋งจริงๆ


อีกแอคชั่นฉลองแชมป์ของจอมทัพผู้นี้ เขาเป็นดา่วเด่นของทีมโดยแท้จริงครับ

พบกันใหม่ในประสาทแดก57ครับ

2007/May/23

สวัสดีรอบที่55ครับ วันนี้พอดีเกิดอาการว่างมาก ก็เลยเอาความว่างมากมานั่งเขียนบล็อกประสาทแดกนี้เสียเลย

ที่จะพูดถึงกันในวันนี้ก็จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับ " ชื่อ " ของบรรดานักฟุตบอลชาวบราซิลครับ ผมเชื่อว่าทุกท่านคงจะต้องเคยสงสัยอยู่แล้วว่าทำไมพวกเขาไม่ใช้ชื่อ-นามสกุลจริงๆกันแบบนักฟุตบอลประเทศอื่นๆ ไอ้ผมเองก็เคยสงสัยเหมือนกันครับ เลยหาเรื่องค้นคว้าข้อมูลอยู่นานสองนาน จนพอจะเข้าได้ว่าเหตุใดพวกเขาถึงต้องทำแบบนั้น

สาเหตุที่นักฟุตบอลบราซิลต้องใช้ชื่อเล่น (Apelido) ในวงการมีได้ดังนี้ครับ

1. ชื่อจริงหรือชื่อเต็มยาวเหลือเกิน

ผมคงไม่ต้องอธิบายนะครับว่าบรรดาชื่อสไตล์สเปนหรือโปรตุเกสมันยาวขนาดไหน แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นก็ยังมีการแบ่งเงื่อนไขตั้งชื่อเล่นที่แยกย่อยกันไปอีก นั่นก็คือ

1.1 ตั้งชื่อเล่นโดยเอาบางชื่อของตนมาใช้

กรณีนี้มักใช้กับชื่อที่ยาวเหยียดจนไม่สามารถเอามาแปะไว้บนเสื้อทีมได้ เพราะถ้าหากแปะแบบเต็มๆไป เลขเบอร์คงจะถูกลดขนาดลงเหลือเพียงคืบเดียว และบรรดานักพากษ์บอลคงจะพูดแต่ชื่อไอ้คนนี้จนไม่ต้องทำอะไรเลย (กว่าจะพูดชื่อมันจบก็ไม่ต้องบรรยายแล้วว่าบอลส่งไปถึงไหน)

ในกรณีนี้ผมจะขอยกเอาโคตรมิดฟิลด์ระดับเทพยุค80ของบราซิลอย่าง " โซเครตีส " (Socrates) มาให้ทุกท่านดูเป็นตัวอย่าง

Socrates Brasileiro Sampaio de Souza Vieira de Oliveira

นั่นล่ะครับชื่อเต็มของเขา จะอ่านว่าอะไรก็เชิญทุกท่านออกเสียงกันเอาเอง ขอความกรุณาอย่าคิดว่าผมโง่อ่านไม่ออกถึงได้ไม่เขียนเป็นภาษาไทย คนโง่คือท่านเองต่างหาก เพราะข้อมูลที่ผมนำมาเขียนบล็อกตอนนี้ก็ไม่ใช่ภาษาไทยอยู่แล้ว

แหกตาดูแล้วทุกท่านคงหายสงสัยนะครับว่าทำไมทุกคนถึงเต็มใจเรียกเขาเพียงว่า " โซเครตีส " เฉยๆ

ตัวอย่างเพิ่มเติมสำหรับนักฟุตบอลบราซิลที่ใช้ชื่อเล่นตามกรณีนี้

โรนัลโด้ (Ronaldo Luis Nazário de Lima) กองหน้าทีมชาติบราซิลชุดปัจจุบัน

โคลโดอัลโด้ (Clodoaldo Tavares de Santana) กองกลางทีมชาติบราซิลชุดแชมป์โลกปี1970

ไร (Rai Brasileiro Sampaio de Souza Vieira de Oliveira) กองกลางทีมชาติบราซิลชุดแชมป์โลกปี1994 น้องชายโซเครตีส

อัลดาเอียร์ (Aldair Santos do Nascimento) กองหลังทีมชาติบราซิลชุดแชมป์โลกปี1994

เอ็ดมุนโด้ (Edmundo Alves de Souza Neto) กองหน้าทีมชาติบราซิลชุดรองแชมป์โลกปี1998

1.2 ใช้ชื่อเล่นตามที่บราซิลเลี่ยนโปรตุกีสใช้กัน

กรณีนี้พูดไปบางท่านก็ยังไม่เข้าใจ ดังนั้นผมจะขอยกตัวอย่างเทียบกับภาษาอังกฤษที่เราคุ้นเคยกันมากกว่าก็แล้วกัน

อย่างเช่นคนที่ชื่อ " เดวิด " เขาก็จะมีชื่อเล่นที่ทุกคนรู้กันดีว่า " เดฟ "
หรือคนชื่อ " โธมัส " เขาก็จะมีชื่อเล่นที่ทุกคนรู้กันดีว่า " ทอม "

พอมาอยู่ในบราซิลเลี่ยนโปรตุกีส ชื่อจริงบางชื่อก็จะถูกเรียกเป็นชื่อเล่นได้ดังนี้ ยกตัวอย่างเช่น

Frederico = Fred
Junior = Juninho
Ricardo = Kaka
Robson = Robinho (แปลตรงๆได้ว่า Little Robson)
Ronaldo = Ronaldinho (แปลตรงๆได้ว่า Little Ronaldo)

จากตรงนี้ บางท่านคงร้องอ๋อแล้วว่าชื่อของนักฟุตบอลบราซิลบางคนมีที่มาจากอะไร นักฟุตบอลบราซิลจำนวนมากเสียด้วยที่ชอบใช้ชื่อเล่นทำนองนี้ ว่าแล้วก็ยกตัวอย่างหน่อยแล้วกัน

กาก้า (Ricardo Izecson dos Santos Leite) กองกลางทีมชาติบราซิลชุดปัจจุบัน

จูนินโญ่ (Osvaldo Giroldo Júnior) กองกลางทีมชาติบราซิลชุดแชมป์โลกปี2002

โรบินโญ่ (Robson de Souza) กองหน้า/ปีกทีมชาติบราซิลชุดปัจจุบัน

เฟรด (Frederico Chaves Guedes) กองหน้าทีมชาติบราซิลชุดปัจจุบัน

โรนัลดินโญ่ (Ronaldo de Assís Moreira) กองกลางทีมชาติบราซิลชุดปัจจุบัน


2. ชื่อจริงไปซ้ำกับชาวบ้านแถวๆนั้นอยู่เยอะ (เรียกง่ายๆว่าชื่อโหล)

โอเคครับ ชื่อโหลก็แปลได้ตรงๆว่าชื่อโหล แปลให้ลึกซึ้งหน่อยก็จะหมายความว่าพ่อแม่คู่อื่นๆก็อยากให้ลูกเขาชื่อเหมือนเราโดยไม่คิดว่าเวลาโตไปแล้วจะลำบากในการระบุตัวบุคคลขนาดไหน ขนาดผมเองเป็นคนไทย แต่เจอเพื่อนชื่อเล่นเหมือนกัน5คนในห้องเดียวกันก็เล่นเอางงไปเลยล่ะครับว่ามันเป็นคนไหนกันแน่ยามพูดถึง

ในหัวข้อชื่อโหลนี้สามารถแบ่งออกได้เป็นอีก3กรณีครับ

2.1 ฉายาอ้างอิงจากสิ่งที่มีตัวตน

การแก้ปัญหาชื่อโหลไม่ใช่เรื่องยาก อ่านหัวข้อ2.1มาแล้วบางท่านคงรู้ดีอยู่ว่ามันเป็นวิธีระบุตัวบุคคลได้ง่ายและชัดเจนดี ลองนึกถึงตอนที่พวกท่านตั้งฉายาให้เพื่อนๆสิครับ หรือบางท่านอาจจะโดนเพื่อนๆตั้งฉายาให้ ซึ่งในกรณีของนักฟุตบอลบราซิลแล้ว ชื่อเล่นที่นำมาใช้ในอาชีพจะได้จากการที่คนอื่นตั้งให้แทบทั้งนั้น

ยกตัวอย่างเลยแล้วกันครับว่านักฟุตบอลที่มีชื่อเล่นเข้าข่ายหัวข้อ2.1มีใครกันบ้าง

Cafu (Marcos Evangelista de Moraes) - คาฟู-แบ็คขวาทีมชาติบราซิล-ที่ทุกคนรู้จักกันดีได้ฉายาของเขามาจาก "Cafuringa" กองหน้าของฟลูมิเนนเซ่ในยุค1970 โดยเพื่อนๆตั้งชื่อนี้ให้เพราะตัวนายมาร์กอสชอบที่จะวิ่งขึ้น-ลงทำเกมทางฝั่งขวาอยู่บ่อยครั้งเหมือนกับคาฟูรินก้านั่นเอง

Dunga (Carlos Caetano Bledorn Verri) - ดุงก้าหรือที่คนไทยรู้จักกันดีในชื่อคาร์ลอส ดุงก้า คืออดีตกัปตันทีมชุดแชมป์โลกปี1994 โดย " Dunga " เป็นชื่อเวอร์ชั่นโปรตุกีสของเจ้าคนแคระ " Dopey " จากการ์ตูนเรื่องSnowwhite and the seven dwarvesของวอลท์ ดิสนีย์

Garrincha (Manoel Francisco dos Santos) - การ์รินช่า คืออดีตกองหน้า/ปีกทีมชาติบราซิลผู้โด่งดังในยุค50-60 ฉายาของเขาแปลเป็นอังกฤษได้ว่าLittle Bird ผมเองไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไมเขาถึงได้ฉายานี้ แต่ถ้าลองคิดถึงรูปร่างที่สูงเพียง169ซม.และทักษะการเลี้ยงลูกที่เหนือมนุษย์ปกติของเขามันก็ฟังดูเหมาะสมดีแล้วครับ (การ์รินช่าเกิดมาขาขวาโก่งเข้าด้านใน และขาซ้ายสั้นกว่าขาขวา6ซม. แต่เขาก็ยังได้ชื่อว่าเป็นผู้เล่นที่เลี้ยงลูกได้ยอดเยี่ยมที่สุดในศตวรรษนี้)

Tostao (Eduardo Goncalves de Andrade) - ทอสเทา คืออดีตกองหน้าคู่ขาของเปเล่ในทีมชาติบราซิล เขาได้ชื่อเล่นนี้ตั้งแต่เริ่มอาชีพนักฟุตบอลสมัยวัยรุ่น มันแปลเป็นอังกฤษได้ว่า Little Coin ซึ่งผมเองก็ไม่ทราบถึงที่มาเช่นกัน เพียงแต่ผมรู้สึกว่ามันเหมาะสมกับเขา บางทีคนตั้งให้อาจจะเป็นผู้ใหญ่ซึ่งเล็งเห็นอนาคตอันยิ่งใหญ่ในตัวของหนุ่มน้อยผู้นี้ เจ้า " เศษสตางค์ " ใช้ชีวิตนักเตะแทบทั้งหมดเล่นให้กับทีมครูไซโร่ โดยมีสถิติน่าสะพรึงกลัว ลง378นัด ยิง249ประตูเป็นหลักประกันชื่อเสียง

Alemao (Ricardo Rogerio de Brito) - อเลเมา เป็นอดีตกองกลางทีมชาติบราซิลชุดฟุตบอลโลกปี1986และ1990 ชื่อเล่นของเขาแปลตรงๆได้ว่า German (คนเยอรมัน) โดยเหตุที่เขาได้ฉายานี้เพราะเป็นคนผิวขาว ผมบลอนด์ ดูคล้ายกับคนเยอรมันที่อพยพมาอยู่ในบราซิล


2.2 ฉายาที่ไร้ความหมาย แต่ทุกคนก็เรียกอย่างติดปาก

มาถึงหัวข้อนี้บางท่านคงจะนึกถึงเพื่อนๆที่ตนเคยยัดเยียดฉายาตลกๆให้ หรือบางท่านอาจจะนึกถึงตัวเองที่ถูกยัดเยียดชื่อตลกๆแบบนั้นให้กับตนเอง แน่นอนครับว่าในกรณีนี้ไม่ค่อยจะมีเกิดขึ้นเท่าไรนักในวงการฟุตบอลบราซิล แต่ผมรับรองได้ว่าตัวอย่างที่ผมจะยกมาให้ดูนั้น ทุกท่านต้องร้องอ๋อทันที

Pele (Edson Arantes do Nascimento) - ผมคงไม่ต้องพูดอะไรมากเกี่ยวกับนักเตะผู้นี้ แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังบอกว่าฉายาของตนไม่มีความหมายอะไรเลย

เอ็ดสันได้ฉายาว่า "เปเล่" ตอนช่วงที่เขาเข้าโรงเรียน โดยได้มาจากเหตุที่ว่าเขาอ่านออกเสียงชื่อของ "บิเล่" นายทวารทีมวาสโก้ ดา กาม่าในอดีตผิดเป็น "ปิเล่" และเขาก็ไม่ชอบฉายานี้เอามากๆ ไม่ชอบจนถึงขนาดต้องโดนพักการเรียนเพราะไปชกหน้าเพื่อนที่เรียกเขาว่า "เปเล่" แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะเหมือนว่ายิ่งเกลียดจะยิ่งเจอ จนในที่สุดมันก็กลายเป็นฉายาติดตัวเขามาถึงปัจจุบัน


2.3 ฉายาจากถิ่นกำเนิดของตน

ในที่สุดก็มาถึงหัวข้อที่ทำให้ทุกๆคนเข้าใจผิดกันมานานแสนนาน ผมขอประทานโทษล่วงหน้าก่อนก็แล้วกันหากว่าบางท่านอาจจะรู้อยู่แล้ว แต่ผมก็เชื่อว่าเกิน80%ของคนไทยไม่รู้หรอกว่านามสกุลนักฟุตบอลบราซิล(ที่พวกเขามองและเหมาเอาเอง)เป็นนามสกุลจริงของครอบครัวผู้ให้กำเนิด

เชื่อได้ว่าคนดูบอลทุกคนคงจะเคยเห็นชื่อต่อไปนี้มาบ้าง

Juninho Paulista (Osvaldo Giroldo Júnior) จากหัวข้อ1.2 อดีตกองกลางทีมชาติบราซิล
Junior Baiano อดีตกองหลังของทีมชาติบราซิล
Juninho Pernambucano อดีตกองกลางทีมชาติบราซิล

อ่านสามชื่อนั้นแล้วก็เชื่อผมเถอะครับว่า80%จะคิดว่าPaulista, Baiano และ Pernambucanoเป็นนามสกุลของเขาทั้งสามจริงๆ

แต่ถ้าบางท่านมีปฏิภาณดีหน่อย ก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าทั้งสามคำนั้นหมายถึงอะไร เพราะหัวข้อ2.3มันบอกอยู่ทนโท่

Paulista เป็นคำแสดงความหมายถึงรัฐ Sao Paulo ของบราซิล
Baiano เป็นคำแสดงความหมายถึงรัฐ Bahia ของบราซิล
Pernambucano เป็นที่แสดงความหมายถึงรัฐ Pernambuco ของบราซิล

Osvaldo Giroldo Junior เกิดที่รัฐเซา เปาโล เขาใช้ชื่อเล่นแบบบราซิลเลี่ยนโปรตุกีส ผสมกับการใช้ชื่อบอกถิ่นกำเนิดเพื่อแสดงตัวตนที่แท้จริง ดังนั้นชื่อในวงการของเขาจึงเป็น Juninho Paulista

Antônio Augusto Ribeiro Reis Junior เกิดที่เรซิเฟ่ รัฐเปอร์นัมบูโก้ เขาใช้ชื่อเล่นแบบบราซิลเลี่ยนโปรตุกีส ผสมกับชื่อแสดงถิ่นกำเนิดของตน ดังนั้นชื่อในวงการของเขาจึงเป็น Juninho Pernambucano

Raimundo Ferreira Ramos Júnior เกิดที่ไฟร่า เดอ ซานตาน่า รัฐบาเอีย เขาใช้ชื่อสุดท้ายของตัวเอง ผสมกับชื่อแสดงถิ่นกำเนิดของตน ดังนั้นชื่อในวงการของเขาจึงเป็น Junior Baiano

แม้แต่โรนัลดินโญ่ก็ยังคงใช้ชื่อในลักษณะนี้มาก่อน เนื่องด้วยในตอนนั้นโรนัลโด้ (เหยินใหญ่) ใช้ชื่อว่าโรนัลดินโญ่อยู่

โดยในตอนนั้นเจ้าเหยินเล็กถูกเรียกกันอย่างแพร่หลายในบราซิลว่า Ronaldo Gaucho ซึ่งคำว่า " Gaucho " เป็นคำแสดงความหมายถึงรัฐRio grande do Sul ของบราซิล (ดังนั้นผมจึงไม่ต้องบอกนะครับว่าโรนัลดินโญ่เกิดที่ไหน)


3. ชื่อจากภาษาอื่น

กรณีนี้ผมรู้สึกว่ามันเหมือนจะกลายเป็นแฟชั่นไปแล้วที่นักฟุตบอลในบราซิลจะต้องมีชื่อเล่น(Apelido)ของตัวเองเพื่อใช้แทนชื่อจริง และเมื่อมีนักเตะจากต่างแดนเข้ามาค้าแข้งในประเทศนี้ พวกเขาก็เลยต้องถูกตั้งชื่อเล่นให้อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งในกรณีนี้มักจะเป็นการตัดบางพยางค์ออกไป หรือไม่ก็ใช้ชื่อเล่นจากภาษาบ้านเกิดของนักเตะคนดังกล่าวไปเลย ยกตัวอย่างได้เช่น

Kazu - ฉายาของคาซูโยชิ มิอูระ อดีตกองหน้าคนดังทีมชาติญี่ปุ่นที่เริ่มดังในยุค80 เขาออกจากโรงเรียนมัธยมปลายเพื่อไปสานฝันชีวิตนักฟุตบอลให้เป็นจริงในบราซิล และก็ได้เล่นให้กับทีมชั้นนำอย่างซานโตสและพัลไมรัส เห็นไหมครับว่าชื่อเล่นของนายมิอูระตั้งง่ายขนาดไหน แล้วตัวเขาเองก็ภาคภูมิใจกับชื่อเล่นนี้มากจนขนาดเอามาใช้แปะด้านหลังเสื้อตอนเล่นให้ทีมชาติญี่ปุ่นเสียด้วย

Carlitos - ฉายาของคาร์ลอส เตเวซ กองหน้าคนดังของทีมชาติอาร์เจนตินาชุดปัจจุบัน แน่นอนครับว่าCarlitosคือชื่อเล่นของคาร์ลอสในภาษาเปน ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เขาจะถูกตั้งชื่อเล่นนี้ให้ตอนไปค้าแข้งกับทีมโครินเธี่ยนส์ในบราซิล และในปัจจุบัน ผู้คนในอาร์เจนติน่าก็มักจะพูดถึงเตเวซด้วยฉายา "คาร์ลิโตส" กันแทบทั้งนั้น


ผมพูดมาตั้งนาน แถมแยกเงื่อนไขนู่นนี่ให้อ่านกันจนงงไปแล้ว คราวนี้ก็จะขอตอบคำถามที่บางท่านอาจคิดไว้แล้วว่า

" ไม่มีนักฟุตบอลบราซิลคนไหนที่ใช้ชื่อจริงเลยหรืออย่างไร? "

ผมขอตอบอย่างเต็มปากว่า "มี"ครับ หัวข้อ1.2และ1.2ก็ถือเป็นการเรียกย่อชื่อจริง แต่ทว่าในรายที่ใช้ชื่อจริงโดยแทบจะไม่มีการย่อเลยก็เห็นกันอยู่บ่อยครั้งครับ แถมบางรายก็ยังเห็นกันอยู่ในจอทีวีทุกวันนี้ด้วย ยกตัวอย่างเช่น

โรเบอร์โต้ คาร์ลอส (Roberto Carlos da Silva) แบ็คซ้ายตีนหนักของบราซิลที่ทุกคนยังกล่าวขวัญถึง

ริเวลิโน่ (Roberto Rivellino) อดีตกองกลางทีมชาติบราซิลชุดแชมป์โลกปี1970

คาร์ลอส อัลเบอร์โต้ (Carlos Alberto Torres) อดีตแบ็คขวากัปตันทีมชาติบราซิล

คงจะพอเข้าใจกันแล้วนะครับสำหรับชื่อของนักฟุตบอลบราซิลที่พวกเรามักจะฉงนฉงายกับที่มาของมันกันเหลือเกิน และผมก็หวังว่าต่อไปนี้ท่านที่หลงเข้ามาอ่านเจอเอนทรีนี้พอดีคงจะพอรู้ได้นะครับว่านักฟุตบอลบราซิลแต่ละคนใช้ "ชื่อเล่น" เนื่องด้วยเหตุผลอะไรกันแน่

บางท่านอ่านแล้วอาจจะตราหน้าว่าผมเป็นแฟนเหนียวแน่นของทีมบราซิล ถึงได้รู้รายละเอียดขนาดนี้ แต่ผมก็ขอปฏิเสธอย่างเต็มปากอีกครั้งว่าไม่เคยเป็นแฟนทีมชาติบราซิล เพียงแต่เป็นแฟนที่ชื่นชมนักเตะบราซิลบางคนเท่านั้น และสาเหตุที่ทำให้ผมเขียนเอนทรีนี้ขึ้นมาก็เพราะความสนใจในด้านภาษาบวกกับความสนใจในการสืบหาประวัตินักเตะชื่อดังในอดีตเท่านั้นครับ

หากมีข้อคิดเห็นก็เชิญแสดงได้เลยครับ

วันนี้ขอลาไปก่อน ไม่รู้เหมือนกันว่าคืนนี้ผีกาก้าจะเล่นงานลิเวอร์พูลด้วยเปล่า หากผีกาก้าหลอกหงส์จนปีกหักตกลงมาตายคาพื้น ผมก็ขออุทิศส่วนกุศลให้กับคนแต่งเพลงนี้ด้วยครับ ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนั้นเขาจะอายขนาดไหน ถ้าหากไม่อายก็คงจะบอกได้แล้วครับว่าเขา "ลุแก่ความไร้ยางอาย" ไปแล้ว

พบกันใหม่ในประสาทแดก56ครับ!