สวัสดีรอบที่57ครับหลังจากที่หายไปนานเป็นครึ่งปี ผมกลับมาคราวนี้ก็ไม่มีอะไรดีๆจะเขียนเช่นเดิม เพราะฉะนั้นถ้าใครไม่ได้ว่างมากก็อย่าอ่านต่อเลยครับ
ที่ผมเขียนบล็อกวันนี้เป็นเพราะเหตุน้อยอกน้อยใจที่นานๆทีปีหนจะเกิดขึ้นกับผม ความรู้สึกนี้มันไม่เคยเกิดกับผมมานานเป็นปีแล้วล่ะครับ
ผมรู้สึกผิดที่ไม่เคยเชื่อหรือปฏิบัติตามคำเตือนจากคนที่ผมรักและเคารพนับถือที่สุด จนผลสุดท้ายมันก็กลายเป็นเรื่องให้ผมต้องมานั่งเซ็งนั่งเศร้าแบบนี้
ผมมีคติประจำใจของตัวเองที่เพื่อนๆใกล้ตัวจะรู้ ด้วยประโยคที่ผมมักจะพูดกับคนอื่นอยู่บ่อยครั้งยามที่พวกเขาเอ่ยว่า " แม่งเอ๊ย รู้งี้กูไม่ทำหรอก "
ผมมักจะตอบพวกเขาเหล่านั้นว่า " มึงอย่าเสียใจกับการกระทำของตัวเองสิวะ "
และผมก็ยึดมั่นแนวทางนี้มาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทุกๆอย่างที่ผมทำไปแล้วเกิดเรื่องให้ผมได้หนักใจมากน้อยนั้นจะถูกปล่อยผ่านไปอย่างรวดเร็ว เพราะผมไม่เสียใจกับสิ่งที่ผมได้เลือกทำด้วยความสมัครใจ
แต่เรื่องที่เกิดกับผมเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานี้มันทำให้ผมต้องกลืนน้ำลายตัวเอง...ผมรู้สึกเสียใจกับการกระทำของตัวเองจริงๆว่ะ
ผมไปเรียนกับเพื่อนๆที่ภาคโยธาของจุฬา ผมก็ยังทำตัวตลกโปกฮา พูดจาแซวหยอกล้อเพื่อนไทยเพื่อนเขมรเหมือนเคย แต่จริงๆแล้วผมก็นั่งคิดมากกับเหตุการณ์ที่ผมประสบพบเจอมา ไม่เว้นแม้แต่ตอนที่นั่งฟังอาจารย์สอนอยู่ในห้อง
ผมเป็นคนไม่เคยเก็บอารมณ์หรือความรู้สึกของตัวเอง ผมเป็นคนตรงไปตรงมา รู้สึกอย่างไรก็บอก และผมไม่ชอบแอบทำอะไรให้คนอื่นเขารับมือไม่ทัน
หากเทียบนิสัยผมกับนักฟุตบอล ผมก็คงเป็นฮาร์ดแมนที่ทุ่มเต็มร้อย ไม่เคยกลัวการปะทะกับใคร และไม่เคยเสียใจหากจะต้องโดนใบเหลืองหรือใบแดง ดังที่เห็นได้จากสไตล์ของเกนนาโร่ กัตตูโซ่
รู้กันทั่วว่าในโลกของฟุตบอล นักเตะสไตล์นั้นเป็นที่รักของแฟนๆ เพราะเขาทำงานหนักและกล้าทำกล้ารับ
แต่ในโลกของการใช้ชีวิต คนจำพวกนั้นจะกลายเป็น " ความตรงไปตรงมา " ที่ " เกินจะรับได้ " สำหรับคนส่วนใหญ่
ผมใช้ชีวิตอย่างเซ็งๆมาประมาณ7วัน กลับถึงห้องก็ออกกำลังกายและเล่นเกมเพื่อให้จิตใจตัวเองได้ละเว้นเรื่องเสียใจในหัวได้ชั่วเวลาหนึ่ง
ตอนนี้ผมรู้สึกดีขึ้นมาบ้างแล้ว แต่มันก็ยังจะเป็นแผลอยู่ในใจผมต่อไปอีกนาน ซึ่งผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะหายได้เมื่อไร
โดยส่วนตัวแล้ว จิตใจของผมมันเปราะบาง มันสามารถระเบิดได้ง่าย มันมีจุดเดือดต่ำ แต่มันก็สามารถกลับคืนสู่สภาพปกติได้อย่างรวดเร็ว
แต่กับบางคน จิตใจของพวกเขาแข็งแกร่ง ดูดซับแรงปะทะได้มาก จุดเดือดสูง แต่เมื่อเดือดแล้วจะไม่สามารถกลับสู่สภาพปกติได้ในเวลาอันสั้น...
ไอ้เหี้ยเอ๊ย คนโง่หัวดื้ออย่างกูมันเขียนอะไรที่เป็นเรื่องเป็นราวไม่ได้หรอก
กูแค่อยากบอกว่ากูขอโทษ มึงเพื่อนกูมึงก็เลิกโกรธกูเถอะ กูไม่โกรธมึงหรอก
กูรู้จักมึงมาครึ่งชีวิต มึงเป็นเพื่อนกู ถึงจิตใจมึงจะต่างกับกูอย่างสุดขั้วแต่มึงกับกูก็เข้ากันได้เพราะหัวกบาลกูกับมึงคิดเรื่องเหมือนๆกัน
มึงจะเตะกู ตีกู กูไม่ทำตอบ เพราะมึงเพื่อนกู แล้วเจ็บกายกูทนได้
แต่อย่ามาทำร้ายจิตใจกู
ไม่ใช่เพื่อนกูกูไม่มีทางขอโทษเด็ดขาด
กูเป็นแบบนี้ของกู แต่ใจกูให้เพื่อนได้เต็ม100ตลอด
มึงเชื่อกูเถอะ คนอย่างกูขี้โมโห ปากหมา กวนตีน แต่กูก็พร้อมรับความผิดที่กูทำเอง
ผมขอปิดท้ายด้วยอะไรบางอย่างที่ผมไปเจอมาระหว่างที่นั่งเล่นเวบhi5ไปอย่างไร้จุดหมาย
น้องสาวร่วมโลกคนนี้มีบทความที่เข้ากับสภาพอารมณ์ของผมตอนนี้เหลือเกิน ผมอ่านแล้วก็ได้แต่นั่งเศร้าอยู่คนเดียว
I just noticed that this world ,everything is a "PLAYED"
that everyone needs to act
All we do is Drama
Extremely a few are SINCERE,
Only my friends I hope so
From now on , I have to learn how to "PRETEND"
so that, I will look better if they require to.
Just smile :)) for it
written by พลิ้ว*
วันนี้ผมพอแค่นี้แหละ ใครจะว่าผมนั่งดูภาพสาวๆก็ช่างหัวพวกคุณ ยายน้องคนนี้สวยเลยล่ะ แต่ตอนนี้ผมไม่มีอารมณ์มานั่งปลื้มสาวไหนหรอก เวลานี้เพื่อนสำคัญกว่าว่ะ ขอลาไปก่อนแล้วกันครับ
ที่ผมเขียนบล็อกวันนี้เป็นเพราะเหตุน้อยอกน้อยใจที่นานๆทีปีหนจะเกิดขึ้นกับผม ความรู้สึกนี้มันไม่เคยเกิดกับผมมานานเป็นปีแล้วล่ะครับ
ผมรู้สึกผิดที่ไม่เคยเชื่อหรือปฏิบัติตามคำเตือนจากคนที่ผมรักและเคารพนับถือที่สุด จนผลสุดท้ายมันก็กลายเป็นเรื่องให้ผมต้องมานั่งเซ็งนั่งเศร้าแบบนี้
ผมมีคติประจำใจของตัวเองที่เพื่อนๆใกล้ตัวจะรู้ ด้วยประโยคที่ผมมักจะพูดกับคนอื่นอยู่บ่อยครั้งยามที่พวกเขาเอ่ยว่า " แม่งเอ๊ย รู้งี้กูไม่ทำหรอก "
ผมมักจะตอบพวกเขาเหล่านั้นว่า " มึงอย่าเสียใจกับการกระทำของตัวเองสิวะ "
และผมก็ยึดมั่นแนวทางนี้มาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทุกๆอย่างที่ผมทำไปแล้วเกิดเรื่องให้ผมได้หนักใจมากน้อยนั้นจะถูกปล่อยผ่านไปอย่างรวดเร็ว เพราะผมไม่เสียใจกับสิ่งที่ผมได้เลือกทำด้วยความสมัครใจ
แต่เรื่องที่เกิดกับผมเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานี้มันทำให้ผมต้องกลืนน้ำลายตัวเอง...ผมรู้สึกเสียใจกับการกระทำของตัวเองจริงๆว่ะ
ผมไปเรียนกับเพื่อนๆที่ภาคโยธาของจุฬา ผมก็ยังทำตัวตลกโปกฮา พูดจาแซวหยอกล้อเพื่อนไทยเพื่อนเขมรเหมือนเคย แต่จริงๆแล้วผมก็นั่งคิดมากกับเหตุการณ์ที่ผมประสบพบเจอมา ไม่เว้นแม้แต่ตอนที่นั่งฟังอาจารย์สอนอยู่ในห้อง
ผมเป็นคนไม่เคยเก็บอารมณ์หรือความรู้สึกของตัวเอง ผมเป็นคนตรงไปตรงมา รู้สึกอย่างไรก็บอก และผมไม่ชอบแอบทำอะไรให้คนอื่นเขารับมือไม่ทัน
หากเทียบนิสัยผมกับนักฟุตบอล ผมก็คงเป็นฮาร์ดแมนที่ทุ่มเต็มร้อย ไม่เคยกลัวการปะทะกับใคร และไม่เคยเสียใจหากจะต้องโดนใบเหลืองหรือใบแดง ดังที่เห็นได้จากสไตล์ของเกนนาโร่ กัตตูโซ่
รู้กันทั่วว่าในโลกของฟุตบอล นักเตะสไตล์นั้นเป็นที่รักของแฟนๆ เพราะเขาทำงานหนักและกล้าทำกล้ารับ
แต่ในโลกของการใช้ชีวิต คนจำพวกนั้นจะกลายเป็น " ความตรงไปตรงมา " ที่ " เกินจะรับได้ " สำหรับคนส่วนใหญ่
ผมใช้ชีวิตอย่างเซ็งๆมาประมาณ7วัน กลับถึงห้องก็ออกกำลังกายและเล่นเกมเพื่อให้จิตใจตัวเองได้ละเว้นเรื่องเสียใจในหัวได้ชั่วเวลาหนึ่ง
ตอนนี้ผมรู้สึกดีขึ้นมาบ้างแล้ว แต่มันก็ยังจะเป็นแผลอยู่ในใจผมต่อไปอีกนาน ซึ่งผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะหายได้เมื่อไร
โดยส่วนตัวแล้ว จิตใจของผมมันเปราะบาง มันสามารถระเบิดได้ง่าย มันมีจุดเดือดต่ำ แต่มันก็สามารถกลับคืนสู่สภาพปกติได้อย่างรวดเร็ว
แต่กับบางคน จิตใจของพวกเขาแข็งแกร่ง ดูดซับแรงปะทะได้มาก จุดเดือดสูง แต่เมื่อเดือดแล้วจะไม่สามารถกลับสู่สภาพปกติได้ในเวลาอันสั้น...
ไอ้เหี้ยเอ๊ย คนโง่หัวดื้ออย่างกูมันเขียนอะไรที่เป็นเรื่องเป็นราวไม่ได้หรอก
กูแค่อยากบอกว่ากูขอโทษ มึงเพื่อนกูมึงก็เลิกโกรธกูเถอะ กูไม่โกรธมึงหรอก
กูรู้จักมึงมาครึ่งชีวิต มึงเป็นเพื่อนกู ถึงจิตใจมึงจะต่างกับกูอย่างสุดขั้วแต่มึงกับกูก็เข้ากันได้เพราะหัวกบาลกูกับมึงคิดเรื่องเหมือนๆกัน
มึงจะเตะกู ตีกู กูไม่ทำตอบ เพราะมึงเพื่อนกู แล้วเจ็บกายกูทนได้
แต่อย่ามาทำร้ายจิตใจกู
ไม่ใช่เพื่อนกูกูไม่มีทางขอโทษเด็ดขาด
กูเป็นแบบนี้ของกู แต่ใจกูให้เพื่อนได้เต็ม100ตลอด
มึงเชื่อกูเถอะ คนอย่างกูขี้โมโห ปากหมา กวนตีน แต่กูก็พร้อมรับความผิดที่กูทำเอง
ผมขอปิดท้ายด้วยอะไรบางอย่างที่ผมไปเจอมาระหว่างที่นั่งเล่นเวบhi5ไปอย่างไร้จุดหมาย
น้องสาวร่วมโลกคนนี้มีบทความที่เข้ากับสภาพอารมณ์ของผมตอนนี้เหลือเกิน ผมอ่านแล้วก็ได้แต่นั่งเศร้าอยู่คนเดียว
I just noticed that this world ,everything is a "PLAYED"
that everyone needs to act
All we do is Drama
Extremely a few are SINCERE,
Only my friends I hope so
From now on , I have to learn how to "PRETEND"
so that, I will look better if they require to.
Just smile :)) for it
written by พลิ้ว*
วันนี้ผมพอแค่นี้แหละ ใครจะว่าผมนั่งดูภาพสาวๆก็ช่างหัวพวกคุณ ยายน้องคนนี้สวยเลยล่ะ แต่ตอนนี้ผมไม่มีอารมณ์มานั่งปลื้มสาวไหนหรอก เวลานี้เพื่อนสำคัญกว่าว่ะ ขอลาไปก่อนแล้วกันครับ
edit @ 9 Feb 2008 19:13:12 by Fenriz